เมื่อเป็นผู้สูงอายุ อะไรก็ดูจะเสื่อมถอยลงไปเสียหมด ทั้งรูปร่างหน้าตา สุขภาพ และการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด โดยเฉพาะผิวหนังที่เหี่ยวย่นขึ้นเรื่อยๆ
เรื่องของผิวหนังผู้สูงอายุ เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจมากไปกว่าความเปลี่ยนแปลงที่เห็นเท่านั้น เนื่องจากว่า นอกจากผิวหนังที่เหี่ยวย่นนั้น ความชุ่มชื้นในผิวก็ลดลงด้วย
ความยืดหยุ่นของผิวหนังลดลง ปริมาณไขมันที่สะสมใต้ผิวหนังก็ลดลง ทำให้ผิวหนังเป็นรอยเหี่ยวย่น เซลล์ที่ผิวหนังแบ่งตัวช้าลง ทำให้การหายของบาดแผลตามผิวหนังช้าลง นอกจากนั้นต่อมเหงื่อและต่อมไขมันในผิวหนังจะทำงานลดลง ทำให้ผิวหนังแห้งและคันได้บ่อยๆ โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่ความชื้นในอากาศลดลง ดังนั้น ผู้สูงอายุควรมีการดูแลสุขภาพผิวหนังด้วย ดังนี้
1. ไม่ควรอาบน้ำวันละหลายครั้ง
หากร้อน หรือเหงื่อออกมาก ควรหาที่อยู่ที่ระบายอากาศได้ดี มีลมพัดผ่าน นั่งใกล้พัดลม หรือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดผิวหนังเบาๆ แทน เพราะการอาบน้ำบ่อยเกินไป ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้
2. หลีกเลี่ยงน้ำอุ่น
น้ำอุ่นเป็นตัวการสำคัญของผิวแห้งเสีย หากอาบน้ำอุ่น และยิ่งอาบวันละหลายหน จะทำให้มีการชะล้างไขมันที่เคลือบผิวหนังออกไป
3. หมั่นทาครีมบำรุงบ่อยๆ
อาจพกขวดครีมบำรุงเล็กๆ ติดกระเป๋าหากต้องออกไปข้างนอกเป็นประจำ หรือพวกขวดใหญ่ไว้ใกล้ตัวหากอยู่ติดบ้าน และทาบ่อยๆ เท่าที่ต้องการ ก็จะช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิวได้ โดยเฉพาะในหน้าหนาว เมื่อรู้สึกผิวแห้งเมื่อใด ก็ควรทาทันที เพื่อป้องกันผิวแห้งแตก จนทำให้คัน หรือแสบได้
4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ผู้สูงอายุควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นได้ และยังช่วยให้อุณหภูมิร่างกายไม่สูงจนเกินไปได้อีกด้วย
อย่าลืมนำ 4 วิธีนี้ไปใช้ปฏิบัติในการดูแลผิวกันนะคะ หากผิวแห้งแตก คัน และแสบ ก็ย่อมทำให้คุณภาพชีวิตตกต่ำลงไปด้วย
ผู้สูงอายุ มักมีระบบร่างกายที่ทำงานได้ไม่ดีนัก เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการเจ็บป่วย และเก
ผู้สูงอายุ เป็นวัยที่ร่างกายเสื่อมสภาพลง ส่งผลให้เจ็บป่วยบ่อย และมีโรคประจำตัวได้ อ
แม้ว่าผู้สูงอายุในบ้านของคุณ อาจจะไม่ได้อบรมสั่งสอนคุณมากนัก หรือไม
ผู้สูงอายุ มักมีปัญหาต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินชีวิต อันเนื่องมาจากสภาพร่างกาย
แม้จะวัยสูงอายุ จะเป็นวัยที่มากด้วยประสบการณ์ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนสามารถเผชิญกับท
หากคุณมีผู้สูงอายุอยู่ในบ้าน อาจพบได้บ่อยว่าผู้สูงอายุที่มีอายุค่อนข้างมาก มักเบื